Img ติดต่อ 084-461-1404 ราคาดี

รับซื้อเศษอลูมิเนียม-อะลูมิเนียมทุกชนิด

อลูมิเนียมแท่ง(เศษอะลูมิเนียมแท่ง) (Aluminium ingots) *
อลูมิเนียมท่อน(เศษอะลูมิเนียมท่อน) (Aluminium Billets)
เศษอลูมิเนียมเส้นสี่เหลี่ยม(เศษอะลูมิเนียมเส้นสี่เหลี่ยม) (Aluminum square lines scraps)
เศษอลูมิเนียมเส้นฉาก(เศษอะลูมิเนียมเส้นฉาก) (Aluminium vertical lines scraps)
เศษอลูมิเนียมเส้นแบน(เศษอะลูมิเนียมเส้นแบน) (Aluminum flat lines scraps)

 

 

รับซื้ออลูมิเนียมทุกชนิด ทองแดง, ทองเหลือง, อลูมิเนียม, สแตนเลส, ตะกั่ว, เพลท, โลหะอื่นๆ ทุกชนิด, รับซื้อทองแดง, รับซื้อทองเหลือง, รับซื้ออลูมิเนียม, รับซื้อสแตนเลส, รับซื้อตะกั่ว, รับซื้อเพลท, รับซื้อโลหะ, รับซื้อเศษโลหะ, รับซื้อของเก่า

เกรดของอลูมิเนียมประเภทนี้มีเหล็ก และซิลิคอนเป็นธาตุหลัก (1050, 1060, 1100, 1145, 1200, 1230, 1350, อื่นๆ) ซึ่งเป็นประเภทที่ต้านทานการกัดกร่อนได้ดี, สภาพการนำความร้อน และนำไฟฟ้าสูง, คุณสมบัติทางกลต่ำ และใช้งานได้ดี สามารถเพิ่มความแข็งระดับปานกลางได้โดยอาจได้รับจากกระบวนการเพิ่มความเครียด


เกรดอลูมิเนียม ประเภท 2xxx


เเกรดของอลูมิเนียมประเภทนี้ (2011, 2014, 2017, 2018, 2124, 2219, 2319, 201.0; 203.0; 206.0; 224.0; 242.0; อื่นๆ) ต้องการกระบวนการอบร้อนเพื่อให้ได้คุณสมบัติสูงสุด ในสภาวะกระบวนการอบร้อนนี้ ค่าคุณสมบัติทางกลจะคล้ายกัน หรือบางทีอาจสูงกว่าในบรรดาเหล็กคาร์บอนต่ำ และในบางชนิดการทำกระบวนการอบร้อนซ้ำ จะทำให้สามารถเพิ่มคุณสมบัติทางกลได้ การอบร้อนนี้จะเพิ่มค่าจุดคราก แต่จะทำให้เสียสภาพการยืดตัว ซึ่งจะทำให้ค่าต้านทานแรงดึงไม่ดี

อลูมิเนียมอัลลอยด์ประเภท 2xxx ไม่ใช่ตัวต้านทานการกัดกร่อนที่ดีเหมือนกับอลูมิเนียมอัลลอยด์ประเภทอื่น และภายใต้สภาวะการดัดกร่อนแบบบางๆอาจะจะทำให้เกิดการกัดกร่อนตามขอบเกรนได้ เกรดอลูมิเนียมประเภท 2xxx จะมีประโยชน์ต่อส่วนที่ต้องการความแข็งแรงที่อุณหภูมิสูงสุด 150°C (300°F) แต่ยกเว้นเกรด 2219 อลูมิเนียมอัลลอยด์เกรดนี้มีขีดจำกัดในการเชื่อม แต่อัลลอยด์บางชนิดในประเภทนี้จะมีรูปแบบการแปรรูปที่ดีเยี่ยม ส่วนอลูมิเนียมเกรด 2021 เป็นเกรดที่ได้รับความนิยมสูงสุดในการใช้ผลิตอากาศยาน


เกรดอลูมิเนียม ประเภท 3xxx


เกรดของอลูมิเนียมประเภทนี้ (3003, 3004, 3105, 383.0; 385.0; A360; 390.0) โดยปกติแล้วจะไม่สามารถใช้การอบร้อนได้ แต่มีค่าความแข็งแกร่งมากกว่าประเภท 1xxx อยู่ 20% เพราะว่าข้อจำกัดของปริมาณแม็กนีเซียม (สูงสุดที่ 1.5%) ที่สามารถเพิ่มเข้าไปในอลูมิเนียมได้ ซึ่งแม็กนีเซียมจะถูกใช้เป็นธาตุหลักในอัลลอยด์บางชนิดเท่านั้น


เกรดอลูมิเนียม ประเภท 4xxx


เกรดของอลูมิเนียมประเภทนี้ (4032, 4043, 4145, 4643, อื่นๆ) มีซิลิคอนเป็นธาตุหลัก ซึ่งสามารถเพิ่มได้ในปริมาณที่เพียงพอ (สูงสุด 12%) ที่จะทำให้เกิดการลดช่วงการหลอมเหลว ด้วยเหตุนี้ อลูมิเนียม-ซิลิคอนอัลลอยด์จึงถูกใช้ทำเป็นลวดเชื่อม และใช้ในการเชื่อมประสานอลูมิเนียม ในช่วงการหลอมเหลวต่ำ แทนการใช้โลหะ อลูมิเนียมอัลลอยด์ที่บรรจุซิลิคอนมากพอจะทำให้เห็นเป็นสีเทาดำเหมือนถ่าน เมื่อเสร็จสิ้นการอโนดิกออกไซด์ (anodic oxide) จะถูกนำไปใช้ และด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่ต้องการสำหรับการใช้งานด้านสถาปัตยกรรม


เกรดอลูมิเนียม ประเภท 5xxx


ธาตุหลักของอัลลอยด์ประเภทนี้คือ แม็กนีเซียม เมื่อถูกใช้เป็นธาตุหลัก หรือใช้ร่วมกับแมงกานีส จะทำให้มีค่าความแข็งแกร่งปานกลาง และสามารถทำการชุบแข็งได้ แม็กนีเซียมจะส่งผลมากกว่าแมงกานีสในเรื่องของความแข็ง (แมกนีเซียม 0.8% เท่ากับ แมงกานีส 1.25%) และยังสามารถเพิ่มได้ในปริมาณมากอีกด้วย อลูมิเนียมอัลลอยด์ในประเภทนี้ (5005, 5052, 5083, 5086, อื่นๆ) ใช้ในงานเชื่อมได้ดี และต้านทานการกัดกร่อนจากน้ำได้ดี แต่อย่างไรก็ตามการผลิตจะจำกัดอยู่ที่การขึ้นรูปเย็น และใช้อุณหภูมิในการดำเนินงานที่ 150°F สำหรับแมกนีเซียมอลูมิเนียมอัลลอยด์ เพื่อหลีกเลี่ยงความอ่อนแอที่เกิดจากการแตกร้าวเนื่องจากการกัดกร่อนภายใต้แรงเค้น (stress-corrosion cracking)


เกรดอลูมิเนียม ประเภท 6xxx


อลูมิเนียมอัลลอยด์ในประเภท 6xxx คือ (6061, 6063) ประกอบไปด้วยซิลิคอน และแม็กนีเซียม ในปริมาณที่มากพอในการขึ้นรูป magnesium silicide (Mg2Si) ซึ่งทำให้สามารถทำกระบวนการอบร้อนได้ แต่ก็มีความแข็งไม่เท่ากับประเภท 2xxx และ 7xxx โดยประเภท 6xxx นี้จะสามารถทำการขึ้นรูปได้ดี, เชื่อมง่าย, แปรรูปง่าย และต้านทานการกัดกร่อนได้ดี ด้วยความแข็งแกร่งปานกลาง เกรดอลูมิเนียมในประเภทที่สามารถทำการ heat-treatable ได้นี้อาจจะขึ้นรูปในแบบ T4 temper (แก้ปัญหาการอบร้อนได้ แต่ไม่สามารถเร่งการอบร้อนได้) และเพิ่มความแข็งหลังจากการขึ้นรูปแบบคุณสมบัติ T6 โดยการเร่งการอบร้อน


เกรดอลูมิเนียม ประเภท 7xxx


สังกะสีประมาณ 1 ถึง 8% เป็นธาตุหลักในประเภท 7xxx อลูมิเนียมอัลลอยด์ (7075, 7050, 7049, 710.0, 711.0, อื่นๆ) และเมื่อทำการรวมกับแม็กนีเซียมในปริมาณเล็กน้อย ผลที่ได้คือจะมีค่าความแข็งแกร่งตั้งแต่ระดับปานกลางจนถึงสูงมาก ส่วนธาตุอื่นๆเช่น ทองแดง และโครเมียม ก็ถูกเพิ่มเข้าไปในปริมาณเล็กน้อยเหมือนกัน อัลลอยด์ประเภท 7xxx ถูกใช้ทำเป็นโครงสร้างลำตัวของอุปกรณ์มือถือ และชิ้นส่วนที่มีความเค้นสูง อลูมิเนียมอัลลอยด์ความแข็งแกร่งสูง 7xxx จะแสดงการลดความต้านทานต่อการแตกร้าวเนื่องจากการกัดกร่อนภายใต้แรงเค้น (stress-corrosion cracking) และถูกใช้ใน temper ที่มีอายุเกินมาเล็กน้อย เพื่อให้ได้การรวมกันของความแข็งแกร่ง, ความต้านทานการกัดกร่อน และค่าความต้านทานการแตกหัก


เกรดอลูมิเนียม ประเภท 8xxx


ประเภท 8xxx (8006; 8111; 8079; 850.0; 851.0; 852.0) สงวนไว้สำหรับการผสมกับธาตุอื่นๆ นอกเหนือจากที่ใช้สำหรับประเภท 2xxx ถึง 7xxx เหล็ก และนิกเกิลถูกใช้เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง โดยไม่มีการสูญเสียสภาพการนำไฟฟ้า และถูกใช้อย่างแพร่หลายเช่นอัลลอยด์ตัวนำ 8017 อลูมินัม-ลิเทียม อัลลอยด์ 8090 มีความแข็งแรง และความแข็งสูงเป็นพิเศษ เพราะถูกพัฒนาให้ใช้กับงานอากาศยาน และอลูมิเนียมอัลลอยด์ในประเภท 8000 สอดคล้องกับของระบบ Unified Numbering A98XXX

อลูมิเนียมเป็นโลหะที่มีสีเงิน น้ำหนักเบาแต่มีความแข็งแรง นอกจากนี้ยังมีความยืนหยุ่นทำให้สามารถนำไปรีดเป็นแผ่นบางๆได้ อลูมิเนียมเป็นธาตุที่มีปริมาณมากเป็นอันดับที่ 3 ที่อยู่ในเปลือกโลก โดยมีประมาณ 8 % โดยน้ำหนัก ส่วน 2 อันดับแรกคือ ซิลิกอน และ ออกซิเจน อลูมิเนียมถูกนำไปใช้ได้มากมาย ทั้งในครัวเรือนและในอุตสาหกรรม และเป็นโลหะที่ใกล้ชิดกับผู้คนทั่วไป

อลูมิเนียมเป็นโลหะที่ทำปฏิกิริยากับธาตุอื่นได้ดี ดังนั้นเราจึงไม่พบอลูมิเนียมในรูปของโลหะบริสุทธิ์ในธรรมชาติ ในอดีตไม่เคยมีใครรู้จักอลูมิเนียมในรูปโลหะบริสุทธิ์ แม้ว่าจะมีนักวิทยาศาสตร์หลายคนเคยทำนายว่ามีโลหะอลูมิเนียมอยู่ในโลกนี้ จากการที่ได้ศึกษาสารประกอบของอลูมิเนียม จนกระทั่งในช่วงกลางของทศวรรษ คศ.1820 จึงมีการผลิตอลูมิเนียมในรูปโลหะบริสุทธิ์โดยนักเคมีและฟิสิกส์ชาวเดนมาร์ก ที่ชื่อว่า ฮานส์ คริสเตียน ออร์สเตด (Hans Christian Oersted) และนักเคมีชาวเยอรมันที่ชื่อว่า เฟอเดอริค โวเลอร์ (Frederich Wohler) โดยทั้ง 2 ท่านนี้ต่างคนต่างผลิตได้ในช่วงเดียวกันพอดี 

ชื่ออลูมิเนียม (aluminium) มาจากคำว่า อลูเมน (alumen) ซึ่งเป็นภาษาลาตินของคำว่า อลัม (alum) ซึ่งเป็นชื่อของแร่อลูมิเนียมซัลเฟต (aluminium sulfate) ในประเทศอเมริกาจะนิยมเรียกว่า อลูมินัม (aluminum) ในขณะที่ส่วนอื่นๆของโลกจะเรียกอลูมิเนียม (aluminium)

เราจะไม่มีทางพบอลูมิเนียมในรูปโลหะบริสุทธิ์ในธรรมชาติ เนื่องจากว่าอลูมิเนียมจะทำปฏิกิริยากับน้ำและอากาศกลายเป็นสารประกอบออกไซด์ และไฮดรอกไซด์ที่เป็นผง แร่ต่างๆโดยทั่วไป เช่น เฟลสปาร์ (Feldspars) ถึงแม้ว่าจะมีอลูมิเนียมรวมอยู่ด้วย แต่การสกัดเอาอลูมิเนียมออกจากแร่เหล่านี้ จะสิ้นเปลืองพลังงานอย่างมาก ดังนั้นจึงแพงมาก 

แร่ที่มีอลูมิเนียมจำนวนมากคือ บอกไซต์ ซึ่งประกอบด้วยแร่ที่คล้ายๆกัน ที่มีอลูมิเนียมออกไซด์ที่มีน้ำรวมอยู่ (Hydrated aluminium oxide) ได้แก่ จิบบ์ไซต์ (gibbsite) (Al(OH) 3), เดียสปอร์ (diaspore) (AlO(OH)), และ โบฮ์ไมต์ (boehmite) (AlO(OH)) จากการที่บอกไซต์เป็นส่วนผสมของแร่ธาตุต่างๆ ดังนั้นในความเป็นจริงแล้วบอกไซต์ ก็คือ หินชนิดหนึ่งไม่ใช่แร่ธาตุ บอกไซต์มีสีน้ำตาลแดง , ขาว , น้ำตาลและเหลืองน้ำตาล มีลักษณะด้านๆคล้ายดินเหนียว บอกไซต์เกิดจากการที่ซิลิกาในหินที่มีอลูมิเนียมอยู่มาก ( หินที่มีปริมาณเฟลสปาร์อยู่สูง) ถูกชะล้างออกไป

กระบวนการทางภูมิอากาศนี้จะเกิดขึ้นในแถบเส้นศูนย์สูตร (tropical) และกึ่งเส้นศูนย์สูตร (subtropical)

ทางเลือกอื่นในวันข้างหน้าคือ ดินเหนียวคาโอลิน (kaolin clay) , หินน้ำมัน (oil shales) หรือแม้กระทั่งกากถ่านหิน แต่ตราบใดที่ปริมาณบอกไซต์ยังมีเพียงพอ และต้นทุนการผลิตอลูมิเนียมยังต่ำอยู่การนำทางเลือกอื่นเหล่านี้มาใช้จะยังเป็นแค่การทดลองเท่านั้น

แหล่งที่มาของอลูมิเนียม

ออสเตรเลียมีการทำเหมืองบอกไซต์มากกว่า 40 % ของทั้งโลก รองลงไปก็มี บราซิล , กินี และจาไมกาที่เป็นผู้ผลิตที่สำคัญ นอกจากนี้ยังมีประเทศที่ผลิตไม่มากนักอีกประมาณ 20 ประเทศ ในขณะที่อเมริกาเองเคยเป็นผู้ผลิตที่สำคัญเมื่อ 100 ปีที่แล้วแต่ปัจจุบันไม่มีแล้ว

หลังจากได้บอกไซต์มาแล้ว จะมีการนำมาผ่านกระบวนการจนได้เป็น อลูมินา (alumina) หรือ อลูมิเนียมออกไซด์ ลักษณะเป็นเม็ดกลมสีขาว บางครั้งโรงงานผลิตอลูมินาก็อยู่ใกล้กับเหมืองบอกไซต์ บางครั้งก็อยู่ห่างกัน อลูมินาเบากว่าบอกไซต์เพราะว่าน้ำจะถูกแยกออกมา ผู้ผลิตอลูมินาที่ใหญ่ที่สุดคือ ออสเตรเลีย , อเมริกา และจีน ในอเมริกาบอกไซต์จะถูกนำเข้าจากประเทศอื่นทั้งหมด

หลังจากได้อลูมินามาแล้ว จะนำมาสกัดเป็นโลหะอลูมิเนียมซึ่งโดยปกติแล้วจะทำกันในประเทศอุตสาหกรรม ที่มีกระแสไฟฟ้าจากพลังน้ำที่มากพอและไม่แพง กระบวนการที่ใช้กันเรียกว่า กระบวนการ Hall-Heroult ซึ่งได้มาจากชื่อของผู้คิดค้นกระบวนการนี้ 2 ท่าน ซึ่งและท่านต่างคิดค้นกันเองได้พร้อมกัน ในปี คศ. 1866 ท่านหนึ่งเป็นชาวอเมริกาชื่อ Charles Hall อีกท่านหนึ่งเป็นชาวฝรั่งเศษชื่อ Paul L.T. Heroult ในกระบวนนี้อลูมินาจะถูกละลายในคริโอไลท์หลอมเหลว ( คริโอไลท์ คือ อลูมิเนียมฟลูออไรด์ อย่างหนึ่ง, Na 3AlF 6) จากนั้นอลูมิเนียมที่เป็นโลหะจะถูกแยกออกมาจากอลูมินาด้วยวิธีการทางไฟฟ้า (electrolysis) กระบวนการแบบนี้ยังคงเป็นวิธีการเดียวที่ใช้ในการสกัดเอาอลูมิเนียมในรูปโลหะออกจาก

อลูมินาที่ใช้ในเชิงพาณิชย์ แม้ว่าจะมีความพยายามที่จะหาวิธีการอื่นมาทดแทนก็ตาม ผู้ผลิตโลหะอลูมิเนียมจากอลูมินาที่ใหญ่ที่สุดคือ รัสเซีย , จีน , อเมริกา และ แคนาดา ประเทศเหล่านี้มีกระแสไฟฟ้าจากพลังน้ำมากมาย รองลงไปก็มีอีกกว่า 40 ประเทศ รวมทั้ง นอร์เวย์ , ไอซ์แลนด์ , สวิตเซอร์แลนด์ , ทาจิกิสถาน และนิวซีแลนด์ ซึ่งประเทศเหล่านี้ถึงแม้จะมีขนาดเล็กแต่ประกอบไปด้วยภูเขาและมีแม่น้ำหลายสาย ทำให้สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังน้ำได้ นอกจากนี้ก็มีพื้นที่ส่วนอื่นในโลกนี้ที่มีกระแสไฟฟ้าที่ถูกและมากพอ เช่น แถบตะวันออกกลางก็กำลังขยายกำลังการผลิตเช่นเดียวกัน

นอกจากการผลิตโลหะอลูมิเนียมจากอลูมินาแล้ว ก็ยังมีอีกแหล่งหนึ่งที่สำคัญในประเทศพัฒนาแล้วนั่นก็คือ การรีไซเคิล (recycle) จากผลิตภัณฑ์ที่ทำจากอลูมิเนียม เช่น กระป๋องอลูมิเนียมประมาณ 85 % ของบอกไซต์ที่ขุดมาทั้งโลกจะถูกนำไปผลิตอลูมินาสำหรับการสกัดเป็นโลหะอลูมิเนียม อีก 10 % จะนำไปผลิตอลูมินาสำหรับใช้ในผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับเคมี , การขัด และอิฐทนไฟ ที่เหลืออีก 5% จะนำไปทำวัสดุที่ใช้ในการขัด , วัสดุทนไฟ และสารประกอบอลูมิเนียม สำหรับโลหะอลูมิเนียมจะถูกนำไปใช้ในวงการ การขนส่ง , บรรจุภัณฑ์ เช่น กระป๋องเครื่องดื่ม , การก่อสร้างอาคาร , เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น คุณสมบัติที่เป็นข้อดีของโลหะอลูมิเนียมก็คือ มีน้ำหนักเบา , มีความแข็งแรง , มีความต้านทานการกัดกร่อนได้ดี และไม่เป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์

กรรมวิธีผลิตอลูมิเนียม คือนำไปถลุงโดยนำแร่บอกไซด์ที่มีสินแร่ประมาณ 55-60% มา สกัดเอาอลูมิเนียม(Alumina) ออกเสียก่อนโดยการป่นแร่ ให้เป็นผงละเอียดแล้วนำมาเข้าเครื่องตุ๋นกับน้ำยาโดไฟอย่างเข้มข้น (NaOH)สารจะถูกต้มในหม้อพิเศษ(Autoklavซึ่งปิดสนิทภายใต้ความกดดันประมาณ 7 บรรยากาศ อุณหภูมิ180 องศาเซลเซียสในการนี้สารที่เจือปนอยู่จะถูกแยกออกไปโดยการกรองและนำไปเผาหรืออบให้แห้งในเตาหมุนด้วยอุณหภูมิ 1300 องศาเซลเซียสไล่น้ำที่ติดอยู่ในโมเลกุลของอลูมินาออกก็จะได้อลูมินาบริสุทธิ์ หรืออลูมิเนียมออกไซด์นี้จะถูกแยกด้วยไฟฟ้าในเตาไฟฟ้าอีก ในการนี้อุณหภูมิออกไซด์จะต้องอยู่ในสภาพหลอมเหลวแต่เนื่องจากจุดหลอมเหลวของสารชนิดนี้สูงมาก( 2000องศาเซลเซียส ) เขาจึงต้องใช้สารผสมที่เรียกว่าคลีโอไลท์(Cryolite) ซึ่งมีจุดหลอมเหลวอยู่ประมาณ900ซลเซียสปนสงไปเพื่อให้อลูมินาหลอมตัวได้ง่ายการแยกด้วยเตาไฟฟ้าจะใช้อุณหภูมิประมาณ 900-950
องศาเซลเซียสอลูมิเนียมจะแยกไปจับอยู่ที่ขั้วลบเป็นอลูมิเนียมบริสุทธิ์ สินแร่บอกไซด์ 4 ตันจะให้ผลึกอลูมินาประมาณ 2 ตันและจะให้โลหะอลูมิเนียมประมาณ 1 ตัน การถลุงอลูมิเนียมด้วยไฟฟ้าต้องใช้กำลังงานไฟฟ้ามากและต้องเป็นกำลังไฟฟ้าราคาถูกกล่าวกัน
ว่าการที่จะถลุงให้ได้อลูมิเนียม 1 ตันนั้นตองใช้ไฟฟ้าจำนวน18,000 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง เสียเวลาถลุงทั้งหมอ 120 ชั่วโมงใช้ ไฟฟ้าขนาดแรงดัน 5-6 โวลต์ ปริมาณกระแส 20,000-70,000 แอมแปร์ อลูมิเนียมในสมัยแรกๆ ที่มนุษย์รู้จักถลุงใช้มิได้ถลุงด้วยไฟฟ้า แต่ถลุงด้วยปฏิกิริยาเคมีอื่นๆ
ต้นทุนการผลิตก็สูงมากในรัชสมัยพระเจ้านโปเลียนมหาราชของฝรั่ง อลูมิเนียมมีราคาสูงกว่าทองคำภาชนะต่างๆที่ใช้ในพระราชวังสมัยนั้นนิยมทะด้วยอลูมิเนียม เพราะ เป็นโลหะหายาก อลูมิเนียมเพิ่งจะใช้เป็นโลหะราคาถูกเมื่อมนุษย์รู้จักถลุงด้วยไฟฟ้าเมื่อประมาณ 70 ปีมานี้เอง

การรีไซเคิลอลูมิเนียม

อะลูมิเนียมเป็นโลหะที่มีสีขาวคล้าย เงินน้ำหนักเบา และมีคุณสมบัติที่อ่อนตัวซึ่งสามารถ ทำเป็นรูปร่างต่าง ๆ ได้ ในการผลิต อะลูมิเนียมจึงมักผสม ทองแดงและสังกะสีเพื่อเพิ่มความแกร่ง ให้กับเนื้ออะลูมิเนียม 
เนื่องจากอะลูมิเนียมเป็นภาชนะที่สามารถ ซึมซับความเย็นได้อย่างรวดเร็ว ทำให้อะลูมิเนียมเป็นที่นิยมในการนำมาผลิตกระป๋องบรรจุเครื่องดื่ม และวัสดุอีกหลายชนิด เช่น น้ำอัดลม เบียร์ โซดา กระดาษ ตะกั่ว ถาดใส่อาหาร ภาชนะในครัว ฯลฯ 


ปัจจุบัน อะลูมิเนียมถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายมากที่สุดและมีข้อดีคือ สามารถนำไป รีไซเคิลได้กระป๋องอะลูเนียมทุกใบสามารถส่งคืนกลับโรงงานเพื่อนำไปผลิตเป็นกระป๋องใหม่ได ้โดยไม่มีขีดจำกัดจำนวนครั้งของการผลิต เมื่อกระป๋องอะลูเนียมถูกส่งเข้าโรงงานแล้วจะถูกบดให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วหลอมให้เป็นแท่งแข็งจากนั้นอะลูมิเนียมแท่งจะถูกนำไปรีดให้เป็นแผ่นแบนบางเพื่อส่งต่อไปยังโรงงานผลิตกระป๋องเพื่อผลิตเป็นกระป๋องอะลูเนียมใหม่ 
การรีไซเคิลกระป๋องอะลูมิเนียม จะทำให้ประหยัดพลังงานความร้อนได้ถึง 20 เท่าและช่วยลดมลพิษทางอากาศได้ถึงร้อยละ 95 ของการผลิตกระป๋องใหม่โดยใช้อะลูมิเนียมจากธรรมชาติ 
สำหรับกระป๋องที่ผลิตขึ้นจากเหล็กกล้าที่มีส่วนผสมของดีบุกอยู่เล็กน้อย เพื่อป้องกันการเกิดสนิมนั้นใช้สำหรับบรรจุอาหารกระป๋องสำเร็จรูป ผลไม้กระป๋อง ผักกระป๋อง น้ำผลไม้ ฯลฯ เมื่อใช้แล้วก็สามารถนำมารีไซเคิลกระป๋องนั้นได้ โดยเริ่มต้นจากการกำจัดดีบุกที่เคลือบกระป๋องออกก่อนและเหลือไว้เฉพาะส่วนที่เป็นกล้าแล้วจึงนำไปหลอมเพื่อผลิตเป็นกระป๋องขึ้นใหม่ การรีไซเคิลกระป๋องดีบุกจะช่วยลดพลังงานในการผลิตกระป๋องใหม่ได้โดยใช้โลหะจากธรรมชาติ ได้ถึงร้อยละ 75 

การรีไซเคิลวัสดุหรือการนำวัสดุเก่าซึ่งใช้ประโยชน์ไม่ได้แล้วกลับมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ใช้ใหม่ (Material recycling)

ได้รับการยอมรับมากขึ้นในปัจจุบัน เพราะช่วยแก้ไขปัญหามลพิษในสิ่งแวดล้อมได้ดี เนื่องจากทำให้ปริมาณขยะและสิ่งย่อยสลายยากลดลงไปมาก และได้วัตถุดิบที่มีราคาต่ำกว่าวัตถุดิบใหม่ คำว่า Material recycling ยังไม่มีศัพท์บัญญัติในภาษาไทยอย่างเป็นทางการ เคยเห็นที่ใช้กันก็มี 'การใช้วัสดุหมุนเวียน', 'การใช้ซ้ำวัสดุ' เป็นต้น ในที่นี้ขอทับศัพท์ว่า 'การรีไซเคิล' เพราะเห็นว่าใช้กันจนติดปากในการพูดทั่วไปแล้ว

บทความนี้จะกล่าวถึงการนำวัสดุต่าง ๆ กลับมาใช้ โดยจะกล่าวถึงการรีไซเคิลกระป๋องอลูมิเนียมและขวดและฟิล์มพลาสติก

ราสามารถเก็บรวบรวมกระป๋องอลูมิเนียมที่ใช้แล้วกลับมาได้หลายทางด้วยกัน วิธีการหนึ่งคือ ผู้ขายสินค้าคิดค่ามัดจำกระป๋องและคืนเงินให้เมื่อลูกค้านำมาคืน ระบบนี้ในประเทศไทยยังไม่มีบริษัทใดนำมาใช้ แม้ว่าวิธีนี้จะได้ผลมากที่สุด แต่ก็มีปัญหาคือ ค่ามัดจำกระป๋องทำให้มูลค่าการรีไซเคิลกระป๋องสูงเกินไป วิธีการที่นิยมกันมากคือโรงงานรีไซเคิลรับซื้อกระป๋องเก่าจากพ่อค้าของเก่า ปัจจุบัน รัฐได้รณรงค์ให้ประชาชนแยกทิ้งของใช้ที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ลงในถังขยะสีน้ำเงิน แล้วของในถังขยะนั้นก็จะถูกส่งไปแยกประเภทและขายให้โรงงานอีกต่อหนึ่งโดยหน่วยงานของรัฐหรือผู้รับสัมปทานเป็นผู้ดำเนินการ ในอนาคตระบบนี้อาจจะกระทบกระเทือนต่อกิจการรับซื้อของเก่าทั่วไปมากขึ้น

ผู้รับซื้อจะคัดแยก ทำความสะอาด แล้วใช้เครื่องบีบอัดกระป๋องให้แบนรวมกันเป็นก้อนใหญ่เหมาะต่อการขนส่งเพื่อขายต่อให้โรงงานอลูมิเนียม ทั้งนี้ มีการกำหนดแรงบีบอัดและขนาดไว้เป็นสเป็คต่าง ๆ กัน

เมื่อกระป๋องถึงโรงงานถลุงอลูมิเนียม โรงงานจะตรวจสอบคุณภาพ ถ้าผ่าน ก้อนอลูมิเนียมจะถูกส่งไปเข้าเครื่องหั่น (shredder) เพื่อหั่นให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ เศษอลูมิเนียมที่ได้จากการหั่นถูกส่งไปตามสายพาน ไปยังเตาอบ (De-lacquering oven) เพื่อลอกแล็คเกอร์และสีออก และเป็นการขจัดความชื้นออกด้วย เตาอบจะทำให้เศษอลูมิเนียมจะร้อนจัด จากเตาอบก็จะถูกส่งไปยังตะแกรงร่อนเพื่อร่อนสิ่งสกปรกออก จากนั้นก็จะเข้าเตาหลอม (reverbatory furnace) ซึ่งมีอุณหภูมิสูง 650 องศาเซลเชียส เศษกระป๋องอลูมิเนียมก็จะละลาย หลอมรวมเข้ากันกับอลูมิเนียมเหลวในเตาหลอมนั้น หมดสภาพเศษกระป๋องอลูมิเนียมในอดีตไปโดยสิ้นเชิง ที่เตาหลอมนี้มีการขจัดสนิมหรืออ็อกไซด์ของอลูมิเนียมโดยการเติมเกลือและ KFI เพื่อให้สนิมลอยเป็นฝ้าแยกออกมา

ระหว่างที่อลูมิเนียมหลอมเหลวอยู่นี้จะถูกตรวจสอบและปรับองค์ประกอบทางเคมีให้เหมาะสม เมื่อได้ตามต้องการแล้วจะถูกเทลงในเบ้าทำเป็นแท่งทรงสี่เหลี่ยม (rectangular ingot) มีขนาดเล็กไปถึงใหญ่ โดยมีน้ำหนักตั้งแต่ 20 ปอนด์ไปจนถึง 40,000 ปอนด์ต่อแท่ง เมื่อเย็นลงแล้วแท่งอลูมิเนียมจะแข็ง ด้านบนและด้านล่างของแท่งอลูมิเนียมจะถูกใสหรือขัดจนเรียบเพื่อนำไปรีดเป็นแผ่น ขั้นตอนการขัดด้านบนและด้านล่างให้เรียบนี้เรียกว่า Scalping ในการรีด แท่งอลูมิเนียมจะถูกป้อนเข้าไปในระหว่างลูกกลิ้งเหล็กยักษ์ 2 ลูกและถูกบีบออกมาเป็นแผ่น มีการทำซ้ำจนได้ความหนาที่ 1.25 ซม.หรือ 0.5 นิ้ว ยาว 300 เมตร จากนั้นนำไปอบอ่อน (Annealing) เพื่อให้เนื้ออ่อนลง แล้วเข้าเครื่องรีดอีกชุดหนึ่งเพื่อให้ได้ความหนาและความแข็งที่ต้องการ สุดท้ายก็จะถูกตัดขอบแล้วม้วนเพื่อการจัดส่งและจำหน่าย โดยอาจจะมีความยาวในแต่ละม้วนถึง 3 กิโลเมตร

เนื่องจากโรงงานจะต้องผลิตแผ่นอลูมิเนียมที่แข็งแรงแต่บางเฉียบเพื่อนำไปผลิตกระป๋องอีก ทุก ๆ สเป็คของ Aluminium UBC จึงต้องสะอาดจริง ๆ ไม่มีคราบไขมัน, น้ำมัน หรือสิ่งสกปรกใด ๆ ปนเปื้อน ยิ่งถ้าเป็นสเป็ค Baled หรือ Bricked UBC ด้วยแล้ว โรงงานจะเข้มงวดมาก ถ้าหากโรงงานพบเศษตะกั่ว ดีบุก ทองแดง ทองเหลือง หรือเศษโลหะอื่นที่ไม่ใช่เหล็ก โรงงานก็จะรีเจ็กทันที ดังนั้น ก่อนการบีบอัดจึงต้องทำความสะอาดเอาเศษกระดาษ เศษพลาสติก สิ่งสกปรกต่าง ๆ ออกให้หมด โรงงานหลายแห่งยอมให้มีความชื้นได้ถึง 4 % หากความชื้นสูงกว่านี้ ก็จะถูกหักเงินชดเชยความชื้นทุก ๆ 2 % ที่เกินขึ้นไป

มีกรณีตัวอย่างจากประเทศบราซิล ปีที่แล้วประเทศบราซิลสามารถนำกระป๋องอะลูมิเนียมแปรรูปกลับมาใช้ใหม่ได้ถึง 5,500 ล้านกระป๋อง คิดเป็น 65% ของจำนวนที่ผลิต ขณะที่อเมริกาทำได้เพียง 63% ส่วนหนึ่งของความสำเร็จมาจากกลุ่มคนที่มีอาชีพเก็บกระป๋องอะลูมิเนียมไปขาย ซึ่งสามารถทำรายได้จากการเก็บกระป๋องไปให้กับโรงงานได้ถึง 2,000 บาทต่อวัน หากนักเก็บกระป๋องขยันทำงาน จะสามารถทำรายได้ถึง 10,000 บาทต่อเดือน ทั้งนี้ เนื่องจากราคารับซื้อกระป๋องอะลูมิเนียมในบราซิลแพงกว่ากระดาษถึง 9 เท่าตัว ทำให้คนบราซิลจำนวนมากหันมาเลี้ยงชีพด้วยการเก็บกระป๋อง นอกจากนี้ยังมีโรงเรียน โบสถ์ ค่ายทหาร ที่เก็บกระป๋องเพื่อนำไปแลกกับเครื่องคอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ เครื่องถ่ายเอกสาร หรือแม้แต่เก้าอี้เข็นคนพิการ ปีนี้บราซิลมีแผนที่จะรีไซเคิ้ลกระป๋องให้ได้ถึง 70% โดยจะมีผลดีต่อการประหยัดพลังงาน

สำหรับประเทศไทย มีการนำเข้าอลูมิเนียมปีละประมาณ 3 แสนตัน มูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท เพื่อผลิตชิ้นส่วนยานยนต์เป็นส่วนใหญ่ มีเศษอลูมิเนียมหมุนเวียนตกปีละ 100,000 ตัน ส่งออกในราคาต่ำกลับไปต่างประเทศปีละ 40,000 ตัน ที่เหลือถูกนำกลับมารีไซเคิลใหม่โดยโรงงานถลุงเหล็ก ซึ่งยังมีแนวทางจัดการที่ยังไม่ได้มาตรฐาน ถือเป็นข่าวดีที่ขณะนี้กรมทรัพยากรธรณีกำลังดำเนินการศึกษาการลงทุนตั้งโรงถลุงเศษอลูมิเนียม โดยจะส่งเสริมให้เอกชนเป็นผู้ดำเนินการ คาดว่าใช้เงินลงทุนประมาณ 200 ล้านบาท หากทำสำเร็จจะช่วยประหยัดเงินตราต่างประเทศได้มาก

 

ขยะรีไซเคิล หมายถึง ขยะ ของเสีย หรือวัสดุเหลือใช้ ซึ่งสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้ โดยนำมาแปรรูปเป็นวัตถุดิบในกระบวนการผลิต เช่น แก้ว กระดาษ กระป๋องเครื่องดื่ม เศษพลาสติก เศษโลหะ เป็นต้น

ขยะรีไซเคิล มีปริมาณ 42% ของขยะทั้งหมดทุกประเภท ขยะพวกนี้มีประโยชน์หลายซ้ำหลายซ้อน เพระสามารถนำไปผลิตใช้ใหม่ได้ไม่รู้จบ ขวดน้ำที่เราใช้กันทุกวันนี้อาจจะรียูสมากี่รอบต่อกี่รอบแล้วก็ไม่รู้ แต่พูดแบบนี้ไม่ใช่ว่าไม่สะอาดนะ กระบวนการผลิตมันต้องสะอาดอยู่แล้ว แล้วขยะพวกนี้เวลาเอามาขายมาซื้อกัน ก็มีราคาแตกต่างกันด้วยนะ สมมติว่า เรามีกองกระดาษเยอะๆแล้วจะขาย กระดาษที่เป็นสีขาวๆนี้เค้าคิดกิโลละ บาท แต่ถ้ามีปกมีอะไรด้วยมันจะกลายเป็นกระดาษรวม มูลค่ากิโลละ 50 สตางค์แค่นั้น เพราะฉะนั้นถ้าเราฉลาดหน่อย ก็คัดแยกออกจากกันซะ แล้วขายแยก แล้วส่วนพวกกระป๋องแป๋งน้ำ ขวดใสๆเช่นพวกขวดน้ำแร่ ขายได้กิโลละ 50 สตางค์เหมือนกัน ส่วนพวกขวดขุ่น ขายได้กิโลละ 1-2 บาท เพราะว่ามันยังไม่ได้ถูกรีไซเคิล ส่วนไอ้พวกใสๆที่ผ่านการรีไซเคิลแล้วก็จะมีราคาถูกลงมาอีก

ซึ่งขยะพวกนี้จะมีการจัดการที่แตกต่างกัน โดยสามารถแยกเป็นประเภทได้ ดังนี้

1. ประเภทของพลาสติก ขยะประเภทพลาสติกมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะสินค้าและบรรจุภัณฑ์ส่วนมากทำมาจากพลาสติก เช่น ขวดนม กระป๋องยา ขวดน้ำดื่ม ซึ่งคุณสมบัติที่เหมาะสมของพลาสติกซึ่งมีน้ำหนักเบา สีสันสวยงามไม่เป็นสนิม ทนทานและมีหลายประเภททำให้พลาสติกเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน ซึ่งขยะพวกนี้เมื่อนำมาเผาก็จะทำให้เกิดมลพิษสิ่งแวดล้อม หรือหากนำไปผงกลบ ก็จะทำให้สิ้นเปลืองเนื้อที่ในการฝังกลบ วิธีการที่ดีและเหมาะสมสำหรับการกำจัดขยะพลาสติก ก็คือ การนำกลับมารีไซเคิล พลาสติกสามารถนำกลับมารีไซเคิลได้เกือบทุกประเภท ส่วนพลาสติกที่ไม่สามารถกลับมารีไซเคิลได้ ได้แก่ พลาสติกชนิดยูเรีย เมลามีน และอีพอกซี่

ถึงแม้ว่าพลาสติกสามารถนำกลับมารีไซเคิลได้แต่ในประเทศยังไมได้มีการนำเอาพลาสติกกลับมารีไซเคิลทุกประเภทเพราะปัญหาในเรื่องการคุ้มทุนในการลงทุน เนื่องจากพลาสติกมีน้ำหนักเบาและเก็บรวบรวมได้อยาก เช่น ถุงพลาสติกและ โฟม สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้แต่ต้นทุนสูงเนื่องมาจากมีปริมาณมากเปลืองพื้นที่ในการขนส่งทำให้ต้นทุนสูง

พลาสติกที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ มีดังนี้

- โพลีโพรพิลีน นิยมนำมาใช้เป็นถ้วยนมเปรี้ยว กระป๋องมันฝรั่งทอด และกล่องเนยเทียม

- โพลีสไตรีน นิยมนำมาเป็นพาชนะแทนโฟม ถาดสลัด กล่องบรรจุวีดีโอ และซีดี

- โพลีเอททิลีน พลาสติกชนิดนี้นำมาทำขวดเครื่องดื่ม หรือขวดน้ำมันพืช

- โพลิไวนิลคลอไรด์ ใช้เป็นภาชนะบรรจุอาหาร หรือขวดน้ำมันพืชบางชนิด

- พลาสติกอื่นๆ เช่นพลาสติกผสม นิยมนำมาทำบรรจุภัณฑ์ที่มีสีดำ เช่น กะละมัง

การคัดแยกพลาสติก เพื่อนำมารีไซเคิล ควรมีการจัดการ ดังนี้

- ล้างสิ่งปนเปื้อนออก ดึงฉลากและสิ่งต่างๆ ที่ติกกับพลาสติกออกให้หมด

- ทำให้แบนเพื่อประหยัดเนื้อที่

- คัดแยกพลาสติกตามประเภท สามารถแยกประเภทของพลาสติกได้จากเครื่องหมายบนบรรจุภัณฑ์ ในกรณีที่ผู้ผลิตทำเครื่องหมายรีไซเคิลพร้อมทั้งตัวเลขระบุประเภทของพลาสติกไว้ หรือทดสอบโดยการช้ำหรือเผาไฟ

2. ประเภทกระดาษ ขยะจากบ้านเรือนและสำนักงานจะมีกระดาษเป็นองค์ประกอบที่สำคัญเนื่องจากในชีวิตประจำวันของเรา จะต้องเกี่ยวพันกับการใช้กระดาษ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ กระดาษคอมพิวเตอร์ ถุงกระดาษ ลังกระดาษ เป็นต้น กระดาษเหล่านี้ส่วนใหญ่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ ยกเว้นกระดาษบางประเภท เช่น กระดาษฟอยส์ห่อของขวัญ กระดาษเคลือบพลาสติก เนื่องจากกระดาษประเภทนี้ มีเซลลูโลสน้อยมากไม่เหมาะแก่การนำมารีไซเคิลอีก ในประเทศไทยสามารถนำกล่องนมกลับมารีไซเคิลได้แล้ว โดยกรุงเทพมหานครได้มีการสร้างโรงงานรีไซเคิลกล่องนมโดยเปิดดำเนินการเดือนธันวาคม 2543

การจัดการกระดาษ เพื่อนำมารีไซเคิล ก่อนที่จะนำกระดาษมารีไซเคิล ควรมีการแยกประเภทของกระดาษก่อน ดังนี้

- ประเภทกล่องนมยูเอชที

- ประเภทกระดาษ ถุงปูน

- ประเภทกระดาษย่อยขยะ และย่อยสลาย

- ประเภทกระดาษสี กระดาษกล่องรองเท้า

- ประเภทกระดาษหนังสือพิมพ์

- ประเภทกระดาษแข็งกล่องน้ำตาล

- ประเภทกระดาษขาวดำ

- ประเภทกระดาษสมุด

- ประเภทกระดาษปอนด์ขาว

การรีไซเคิลกระดาษ กระดาษที่รับซ้อมาจากบ้านเรือนหรือแหล่งต่างๆ จะถูกส่งไปยังโรงงานกระดาษเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบผสมในการผลิตกระดาษประเภทต่างๆ กระดามีหลายชนิดและหลายคุณภาพ โดยกระดาษขาวสำหรับเขียนหรือกระดาษคอมพิวเตอร์จะเป็นกระดาษที่มีคุณภาพสูงถูกนำมาแปรรูปเป็นกระดาษสมุดและหนังสือ ส่วนกระดาษหนังสือพิมพ์และกระดาษกล่องจะมีคุณภาพต่ำและถูกนำมาแปรรูปเป็นกระดาษบรรจุเครื่องดื่ม กระดาษห่อของขวัญ กล่องกระดาษแข็งเป็นต้น

3. ประเภทแก้ว แก้วเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากทรายโดยมีหินและโซดาไฟเป็นส่วนผสม โดยนำมาหลอมให้ขึ้นรูปเป็นภาชนะต่างๆ เช่นแก้วน้ำ ขวดอาหารและเครื่องดื่ม แก้วเป็นวัสดุที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ แต่สามารถหลอมทำใหม่ได้

ขวดแก้วทุกประเภทสามารถนำมารีไซเคิลได้ แต่ขวดแก้วต่างประเภทต่างสีจะมีราคาต่างกัน ดังนั้นขวดแก้วสีขาวจะมีราคาดีที่สุด รองลงมา คือ สีชา และสีเขียว ถ้าเป็นลักษณะที่ขวดไม่แตกจะได้ราคาสูงกว่าขวดแตกหรือเศษแก้ว ดังนั้นจึงมีการคัดแยกออกตามสีและคุณภาพของแก้ว ดังนี้

- ขวดแก้วดี คัดแยกตามประเภทของบรรจุภัณฑ์ที่บริษัทผู้ผลิตสินค้ารับซื้อคืน เมื่อนำไปทำความสะอาด แล้วนำมาบรรจุสินค้าใหม่อีกครั้ง เช่น ขวดเบียร์ช้าง ขวดแบล็คแคท ขวดไฮนีเก้น เป็นต้น ส่วนขวดแก้วที่ไม่ได้รับซื้อตามประเภทของบรรจุภัณฑ์จะคัดแยกตามประเภทของสีแก้ว คือ สีขาวใส สีชา และสีเขียว

- ขวดแก้วแตก ขวดแก้วที่แตกหักชำรุดเสียหายจะถูกนำมาคัดแยกสี คือ ขวดแก้ว ขวด ขวดแก้วสีชา ขวดแก้วสีเขียว เมื่อแยกสีแล้วจะถูกส่งไปเข้าโรงงานหลอมแก้ว เมื่อทุบให้แตกละเอียดแล้วล้างด้วยสารเคมี และหลอมละลายเพื่อเป่าให้เป็นขวดใหม่

4. ประเภทโลหะ โลหะหลากหลายชนิดเราสามารถนำกลับมารีไซเคิลโดยการนำมาหลอมและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ สามารถแบ่งโลหะ ออกเป็น 3 กลุ่ม คือ

โลหะประเภทเหล็ก เหล็กสามารถนำมารีไซเคิลได้แทบทุกชนิด สามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภท คือ 1. เหล็กหล่อ 2. เหล็กหนา 3.เหล็กบาง เศษเหล็กที่รวบรวมได้พ่อค้ารับซื้อของเก่าจะทำการตัดเหล็กตามขนาดต่างๆตามที่โรวงงานกำหนดเพื่อสะดวกในการเข้าเตาหลอมและการขนส่ง

- โลหะประเภททองเหลือง ทองแดง และสแตรนเลส โดยทองเหลืองสามารถนำกลับมาหลอมใหม่โดยทำเป็นพระพุทธรูป ระฆัง อุปกรณ์สุขภัณฑ์ ส่วนทองแดงสามารถนำกลับมาหลอมเป็นสายไฟ ได้

5. ประเภทขยะอลูมิเนียม สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ

- อะลูมิเนียมหนา เช่น อะไหล่เครื่องยนต์ ลูกสูบอะลูมิเนียมอัลลอยย์

- อะลูมิเนียมบาง เช่น หม้อ กะละมัง ขันน้ำ กระป๋องเครื่องดื่ม

ขยะอลูมิเนียมประเภทกระป๋องน้ำอัดลมเป็นขยะที่มีปริมาณมากก่อนที่จะนำไปขายควรอัดกระป๋องให้มีปริมาณเลกลงเพื่อประหยัดเนื้อที่ในการขนส่ง สำหรับการรีไซเคิลกระป๋องอลูมิเนียมนั้นพ่อค้ารับซื้อของเก่าจะทำการอัดกระป๋องให้มีขนาดตามที่โรงงานกำหนด กระป๋องอลูมิเนียมสามารถนำกลับมารีไซเคิลได้หลายๆครั้งไม่จำกัดจำนวนครั้งของการผลิต เมื่อกระป๋องอลูมิเนียมถูกส่งเข้าโรงงานแล้วจะถูกบดเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วหลอมให้เป็นแท่งแข็ง จากนั้นนำไปรีดให้เป็นแผ่นบาง เพื่อส่งต่อไปยังโรงงานผลิตกระป๋อง เพื่อผลิตกระป๋องใหม่

ปัจจัยสำคัญในการรีไซเคิลวัสดุประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโลหะ พลาสติก กระดาษ แก้ว ต้องมีการแยกประเภทของขยะรีไซเคิลแต่ละชนิดออกจากกันไม่ให้ปนกัน และมีการทำความสะอาดก่อนนำไปขาย ถ้าเป็นกระป๋องก็ควรที่จะอัดเพื่อลดปริมาตรก่อน

มารีไซเคิลกันเถอะ สนใจติดต่อสอบถาม 084-461-1404 Email biya1313@gmail.com

กรุณาส่งรูปมาดูเพื่อความรวดเร็วในการตีราคา

รับซื้ออลูมิเนียมทุกชนิด อะลูมิเนียม ทองแดง, ทองเหลือง, อลูมิเนียม, สแตนเลส, ตะกั่ว, เพลท, โลหะอื่นๆ ทุกชนิด, รับซื้อทองแดง, รับซื้อทองเหลือง, รับซื้ออลูมิเนียม, รับซื้อสแตนเลส, รับซื้อตะกั่ว, รับซื้อเพลท, รับซื้อโลหะ, รับซื้อเศษโลหะ, รับซื้อของเก่า


 

 


 

อลูมิเนียม


รับซื้อเศษอลูมิเนียมจ่ายสด

 


รับซื้อถึงที่ ราคาดี รับซื้อโลหะทุกชนิด เหล็ก อลูมิเนียม สแตนเลส รับซื้อและจำหน่าย ทอแดง, ทองเหลือง, อลูมิเนียม, สแตนเลส, ตะกั่ว, เพลท, โลหะอื่นๆ ทุกชนิด

Img